การสู้รบที่รถถัง Tiger สร้างประวัติศาสตร์เปลี่ยนโลกได้อย่างไร?
การสู้รบที่ Kursk เป็นการรบด้วยรถถังที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เยอรมนีหวังว่าจะได้รับชัยชนะโดยใช้รถถัง Tiger รุ่นใหม่ที่ทรงพลัง แต่สหภาพโซเวียตได้สร้างแนวป้องกันไว้อย่างแน่นหนาและเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ทำให้การโจมตีของเยอรมนีล้มเหลวและต้องถอยทัพไปในที่สุด ส่งผลให้สหภาพโซเวียตเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ไว้ได้
ข้อมูลสำคัญ
- เป็นการรบด้วยรถถังที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
- มีการนำรถถัง Tiger เข้าร่วมรบ
- เป็นการปะทะกันระหว่างเยอรมนีและสหภาพโซเวียต
- สหภาพโซเวียตได้รับชัยชนะ
- เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแนวรบด้านตะวันออก
ประเทศที่เกี่ยวข้อง
บริบททางประวัติศาสตร์
ปี 1943 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามระหว่างนาซีเยอรมนีและสหภาพโซเวียต หลังจากที่ทั้งสองประเทศรบกันมาอย่างยาวนานและนองเลือดตลอดสองปี ผู้นำเยอรมนีต้องการชัยชนะครั้งใหญ่เพื่อกลับมาคุมสถานการณ์ในแนวรบด้านตะวันออกให้ได้ จึงวางแผนโจมตีครั้งใหญ่ใกล้เมือง Kursk ในสหภาพโซเวียต ทั้งสองฝ่ายใช้เวลาหลายเดือนในการเตรียมตัวสำหรับศึกนี้ โดยโซเวียตได้รับข่าวกรองเกี่ยวกับแผนการรบและได้สร้างแนวป้องกันไว้อย่างมหาศาล เพราะรู้ดีว่าชัยชนะครั้งนี้จะเปลี่ยนเส้นทางของสงครามทั้งระบบ ทั้งสองฝ่ายได้รวบรวมทหารและรถถังนับพันเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปะทะ ซึ่งกลายเป็นการสู้รบด้วยรถถังที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก
เกิดอะไรขึ้น?
ในวันที่ 5 กรกฎาคม 1943 การสู้รบที่ Kursk เริ่มต้นขึ้นด้วยเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหว รถถัง Tiger และ Panther ของเยอรมนีหลายพันคันเคลื่อนพลเข้าหาแนวป้องกันของโซเวียต เยอรมนีหวังว่าเกราะที่หนาจะช่วยให้พวกเขาบุกทะลวงได้โดยง่าย แต่โซเวียตได้เตรียมกับดักไว้มากมาย พวกเขาขุดหลุมและฝังทุ่นระเบิดนับล้านไว้ใต้ดิน เมื่อรถถังเยอรมนีเข้าสู่สนามรบ พวกเขาจึงต้องชะลอความเร็วเพื่อหลบหลีกการระเบิด ทหารโซเวียตใช้ปืนต่อสู้รถถังยิงใส่ยานพาหนะของศัตรูที่ติดหล่ม ที่บริเวณที่เรียกว่า Prokhorovka รถถังจำนวนมหาศาลได้พุ่งเข้าชนกันในระยะประชิด ท้องฟ้าเต็มไปด้วยควัน ไฟ และเสียงเหล็กกล้าปะทะกันอย่างรุนแรง กองทัพเยอรมนีพยายามรุกคืบอยู่หลายวันแต่ไม่สามารถเจาะแนวป้องกันได้ กำลังของพวกเขาลดน้อยลงเรื่อยๆ จากการสูญเสียรถถังและทหารฝีมือดีไปมาก ในวันที่ 12 กรกฎาคม ผู้บัญชาการเยอรมนีจึงสั่งยุติการโจมตี กองทัพโซเวียตสามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้อย่างมั่นคงจากการเผชิญหน้ากับหน่วยรบที่แข็งแกร่งที่สุดของเยอรมนี ความพ่ายแพ้ครั้งนี้บีบให้กองทัพเยอรมนีต้องถอยทัพไปตลอดช่วงเวลาที่เหลือของสงคราม และแสดงให้โลกเห็นว่าสหภาพโซเวียตสามารถหยุดยั้งการบุกของเยอรมนีได้
ทำไมจึงสำคัญ?
การรบครั้งนี้ทำลายขีดความสามารถในการโจมตีของกองทัพเยอรมนีในแนวรบด้านตะวันออก นับจากจุดนี้เป็นต้นไป สหภาพโซเวียตจึงเป็นฝ่ายรุกคืบกลับเข้าไปยังเยอรมนีจนจบสงคราม
กองกำลังและหน่วยที่เกี่ยวข้อง
คำถามที่พบบ่อย
1เหตุผลที่การสู้รบที่ Kursk มีความพิเศษคืออะไร?
2มหาอำนาจสองประเทศใดที่สู้รบกันที่ Kursk?
3รถถัง Tiger ของเยอรมนีคืออะไร?
4ฝ่ายใดเป็นผู้ชนะในการสู้รบที่ Kursk?
5เหตุผลหลักที่เยอรมนีพ่ายแพ้ในครั้งนี้คืออะไร?
6ที่ตั้งของการสู้รบที่ Kursk อยู่ที่ไหน?
7มีรถถังจำนวนเท่าไรที่เข้าร่วมการสู้รบที่ Kursk?
8เครื่องบินมีบทบาทสำคัญในการรบครั้งนี้หรือไม่?
9เกิดอะไรขึ้นในแนวรบด้านตะวันออกหลังจากจบการสู้รบ?
10การสู้รบที่ Kursk ถือเป็นเหตุการณ์ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์หรือไม่?
แหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์
การสู้รบที่ Kursk คือการรบด้วยรถถังที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยที่สหภาพโซเวียตสามารถเอาชนะกองทัพเยอรมนีได้สำเร็จ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงคราม
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เกิดอะไรขึ้นระหว่างการบุกครองโปแลนด์ในปี 1939?
การบุกครองโปแลนด์คือจุดเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งทำให้กองทัพเยอรมนีและสหภาพโซเวียตเข้ายึดครองและแบ่งดินแดนของประเทศโปแลนด์

รถถัง Tiger เพียงคันเดียวทำลายกองกำลังอังกฤษที่ Villers-Bocage ได้อย่างไร?
เหตุการณ์การซุ่มโจมตีในตำนานที่ Michael Wittmann ผู้บังคับบัญชารถถังชาวเยอรมัน ใช้รถถัง Tiger เพียงคันเดียวเข้าจัดการกองยานพาหนะของอังกฤษที่ Villers-Bocage ในปี 1944

ทำไม Operation Market Garden ถึงเป็นแผนการที่กล้าหาญที่สุดในสงครามโลกครั้งที่สอง
Operation Market Garden คือความพยายามครั้งใหญ่ของฝ่ายสัมพันธมิตรในการส่งทหารพลร่มจำนวน 35,000 นายลงไปยึดสะพานสำคัญในเนเธอร์แลนด์ เพื่อหวังจะจบสงครามให้ได้โดยเร็ว แต่สุดท้ายแผนการนี้กลับต้องเผชิญกับอุปสรรคและพ่ายแพ้ในที่สุด
แชร์เรื่องราวนี้
ช่วยให้ Google รู้ว่าคุณต้องการเห็นประวัติศาสตร์การทหารจาก 10 Second War Stories มากขึ้นในประสบการณ์การค้นหาของคุณ



